ริดสีดวงทวาร แบ่งออกเป็น 4 ระยะ

ริดสีดวง ริดสีดวงทวาร

ระยะที่ 1 : อาการริดสีดวง มีเส้นเลือดดำโป่งพองในทวารหนัก จะมีเลือดไหลออกมาเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระ และถ้าท้องผูก เลือดก็จะออกมากขึ้น ริดสีดวงภายใน อาจมีอาการถ่ายเป็นเลือด หรือ อุจจาระเป็นเลือด

เพราะไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า หรือเมื่อจับหรือคลำดูจะไม่ผิดสังเกต ก็เนื่องมาจากริดสีดวงยังไม่โผล่ออกมานอกร่างกาย เมื่อเป็น ริดสีดวงนี้ การรักษาจึงทำได้ง่ายกว่าระยะอื่น ๆ และใช้ระยะเวลาในการรักษาให้หายเป็นปกติน้อยกว่าระยะอื่น ๆ โดยการรักษาทำได้โดย รักษาในระดับทั่วไป ดังนี้

  • กินผลไม้ และผักเป็นประจำ เพื่อเพิ่มปริมาณของเส้นใยให้กับระบบย่อยอาหาร ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่าย และสามารถลดอาการทองผูกได้เป็นอย่างดี
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 – 12 แก้ว เพื่อให้น้ำในร่างกายมีปริมาณมากพอ ทำให้กากอาหารที่อยู่ปลายสุดของลำไส้ใหญ่ไม่แข็งจนเกินไป จึงถือเป็นอีกวิธี ที่สามารถรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ระยะแรก  ไว้ได้
  • ไม่กลั้นอุจจาระ เนื่องจากยิ่งกากอาหารอยู่ในลำไส้ของเรานานเท่าไหร่ ลำไส้ใหญ่ก็จะทำหน้าที่ดูดน้ำและเกลือแร่ในกากอาหารมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้กากอาหารแข็ง ขับถ่ายได้ยาก เสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวารในที่สุด
  • การใช้ยาสมุนไพรในการรักษา เนื่องจาก ยาสมุนไพรมีสารตกค้างน้อยกว่ายาปฏิชีวนะ และต้องเลือกยาที่มีสรรพคุณที่ช่วยให้ริดสีดวงหลุด และแผลแห้งเร็ว มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ขับลมในช่องท้อง เป็นยาระบายอ่อน ๆ สามารถทำให้ขับถ่ายได้ง่าย และช่วยให้ไม่เป็นริดสีดวงเรื้อรัง

ระยะที่ 2 : อาการริดสีดวง หัวริดสีดวงทวารโตมากขึ้น เริ่มโผล่ออกมาพ้นทวารหนัก เวลาเบ่งอุจจาระจะออกมาให้เห็นมากขึ้น และหดกลับได้เองหลังการขับถ่าย ริดสีดวงภายใน อาจมีอาการถ่ายเป็นเลือด หรือ อุจจาระเป็นเลือด

หัวของริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นจากระยะแรก โดยติ่งริดสีดวงจะสามารถยืดออกมาเมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระ และเมื่อขับถ่ายเรียบร้อย หัวริดสีดวงจะหดกลับเข้าไปตำแหน่งเดิม ในระยะที่ 2 นี้ ผู้ป่วยอาจจะรู้สึก เจ็บ ๆ คัน ๆ บริเวณช่องท้องร่วมด้วย โดยการรักษาในระยะนี้ มีดังนี้

  • กินผักผลไม้ให้มากขึ้น เพิ่มเส้นใยอาหารในระบบขับถ่าย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก
  • ดื่มน้ำให้มากไม่ให้ก้อนอุจจาระมีลักษณะแข็ง ขับถ่ายให้เป็นประจำทุกวัน
  • ใช้ยาที่ตัวยามีสรรพคุณทำให้หัวรอดสีดวงหลุดออก มีสมุนไพรในการแก้ปัญหาท้องผูก ลดแก๊สในช่องท้อง ช่วยสมานแผลอันเกิดจากริดสีดวงทวาร ก็จะสามารถช่วยรักษาโรคริดสีดวงในระยะนี้ได้
  • รักษาระดับเฉพาะเจาะจง อันได้แก่ การฉีดยา เพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด การเย็บติดริดสีดวงไว้ด้านในร่างกาย การใช้ยางรัดหัวริดสีดวงระยะเวลา 24 – 48 ชั่วโมง เพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด ทั้งนี้ทั้งนั้นการรักษาแบบเฉพาะเจาะจงนี้ มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย ดังนั้นการรักษานี้ต้องอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
  • การรักษาด้วยอินฟราเรด หรือการจี้ด้วยกระเสไฟฟ้า วิธีนี้จะทำให้รักษาริดสีดวงได้ครั้งละ 3 หัว แต่ต้องมีดารจี้ซ้ำใน 3 – 4 สัปดาห์ หลังจากมีการรักษาในครั้งแรก เช่นเดียวกันการรักษานี้มีผลข้างเคียง เช่น การที่เลือดไหลหลังจากมีการรักษาใน 1 – 2 สัปดาห์หลังการทำการรักษา

อย่างไรก็ดี การรักษาแบบเฉพาะเจาะจง หรือการใช้อินฟราเรด และ กระแสไฟฟ้าในการรักษา ริดสีดวง ระยะ 2 เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว จะต้องมีการรักษาโรคด้วยวิธีการรักษาระดับทั่วไป รวมทั้งการใช้ยาสวนทวารอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หากยังมีอาการปวดอยู่

ระยะที่ 3 : อาการริดสีดวง หัวริดสีดวงทวารจะโผล่ออกมามากกว่าเดิม เวลาไอจาม หรือยกของหนักๆ ที่ต้องเกร็งท้อง จะเกิดการเบ่ง ให้หัวริดสีดวงทวารออกมาข้างนอก อาจมีอาการถ่ายเป็นเลือด หรืออุจจาระเป็นเลือด ริดสีดวงภายนอก และไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้เอง ต้องใช้นิ้วช่วยดันกลับเข้าไป

โดยในระยะนี้ เมื่อมีอาการไอ ริดสีดวงก็จะสามารถโผล่ออกมาจากทวารหนักได้ และมักพบเลือดไหลในขณะอุจจาระ หรือเมื่ออุจจาระเสร็จเรียบร้อยแล้วมักพบเลือดอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเจ็บริดสีดวงรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยการรักษาในระยะนี้สามารถทำได้ โดย

  • ผ่าตัด วิธีการนี้จะกระทำเมื่อริดสีดวงมีขนาดใหญ่ หรือมีการอักเสบ และแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า มีความจำเป็น เพื่อรักษาโรคให้หายขาดเร็วที่สุด โดยการผ่าตัดจำเป็นต้องให้ยาสลบ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่มีอาการเจ็บป่วยขณะที่รับการผ่าตัด โดยการผ่าตัดมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก อาทิ การอุจจาระไม่ออกในช่วงแรกหลังการผ่าตัด ต้องใช้วิธีสวนทวารหนักเพื่อให้สามารถอุจจาระได้เป็นปกติ ปัสสาวะได้ลำบาก ต้องสวนปัสสาวะ หรืออาจถึงขั้นต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ในระยะเวลาหนึ่ง มีอาการปวดศีรษะ มีเลือดไหลออกในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกของการผ่าตัด บริเวณทวารมีอาการบวม และมีน้ำเหลืองไหลออกมาในช่วงแรกที่แผลยังไม่หายดี อย่างไรก็ตามการรักษาโดยวิธีนี้ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษา ริดสีดวง ระยะ 3
  • การรักษาด้วยระดับทั่วไป วิธีนี้รักษาหลังจากผู้ป่วยได้ทำการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการกินยาระงับอาการปวด เมื่อมีอาการปวดอย่างรุนแรง กินผัก ผลไม้ เพิ่มมากขึ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอ ขับถ่ายให้เป็นเวลา กินยาบำรุงเลือดเนื่องจากการสูญเสียเลือดที่ออกมาพร้อมอุจจาระก่อนที่จะได้รับการผ่าตัด รวมทั้งเลือดที่ไหลออกมาเนื่องจากผลข้างเคียงของอาการผ่าตัด

ระยะที่ 4 : อาการริดสีดวง หัวริดสีดวงโตมากขึ้น สามารถมองเห็นจากภายนอกได้ชัดเจน เรียกว่า ริดสีดวงภายนอก มีอาการบวม อักเสบและอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงมาก โดยมีเลือดออกมาเสมอ อาจเป็นน้ำเหลืองเมือกลื่น และมีอุจจาระออกมาได้ ทำให้เกิดความสกปรกและเปียกชื้นตลอดเวลา อาจมีอาการคันที่ขอบปากทวารร่วมด้วย บางครั้งอาจเน่าและอักเสบมากขึ้น อาจมีอาการถ่ายเป็นเลือด หรืออุจจาระเป็นเลือด นำมาซึ่งการติดเชื้อได้ง่าย และถ้ามีเลือดออกอยู่เรื่อยๆ จะทำให้ซีด อ่อนเพลีย น้ำหนักลด

จนทำให้ร่างกายของผู้ป่วยมีอาการซีดเหลือง  เนื่องจากการเสียเลือดอย่างต่อเนื่อง ในระยะนี้จะทำให้ผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย โดยวิธีการรักษาริดสีดวงระยะนี้ สามารถทำได้คล้ายกับระยะที่ 3 โดย

  • การผ่าตัด เพื่อนำหัวริดสีดวงออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด โดยการใช้ยาสลบ และเมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยก็จะมีผลข้างเคียงในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกของการผ่าตัด
  • การรักษาหลังการผ่าตัด ในขั้นตอนนี้เป็นการรักษาแผลให้สะอาดและหายให้เร็วที่สุด โดยการกินยาแก้ปวดหากจำเป็น ปฏิบัติตนให้ลดอาการท้องผูก การรับประทานอาหารที่ช่วยให้อุจจาระได้ง่าย การกินยาบำรุงเลือดให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เช่นนี้จึงถือได้ว่ารักษา ริดสีดวง ระยะ4 ได้หายเป็นปกติ

แนวทางการรักษา…ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง

  • ระยะที่ 1-2 อาการยังไม่รุนแรง : สำหรับผู้ป่วยที่เข้ามาพบแพทย์ในขณะที่ริดสีดวงยังอยู่ในระยะไม่รุนแรง การรักษา…อาจจะไม่ต้องถึงขั้นผ่าตัด!! แต่อาจมีการแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น กินอาหารที่มีกากใยให้มากขึ้น ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว เลี่ยงพฤติกรรมนั่งเล่นโทรศัพท์ในขณะขับถ่าย อาจมีการให้ยาระบายอ่อนๆ เพิ่มเติม หรือฉีดยาเพื่อให้หัวริดสีดวงฝ่อ ควบคู่กับการทานอาหารกากใยสูง
  • ระยะที่ 3-4 อาการมีความรุนแรง : สำหรับผู้ป่วยที่มาด้วยริดสีดวงระยะที่ 3-4 จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น! ซึ่งในปัจจุบันมีเทคนิคมากมาย ทั้งการใช้ยางรัดริดสีดวง การเย็บผูกริดสีดวง หรือการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือผ่าตัดแบบเย็บอัตโนมัติ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save