ปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง ริดสีดวงทวาร

               โรคริดสีดวงทวารมักเกิดจากความดันที่เพิ่มขึ้น  เนื่องจากการตั้งครรภ์การมีน้ำหนักตัวมากเกินไป  หรือการเกร็งระหว่างการเคลื่อนไหวของลำไส้   ในวัยกลางคนโรคริดสีดวงทวารมักจะกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ง่าย เมื่ออายุ 50 ปีประชากรประมาณครึ่งหนึ่งจะเคยมีอาการของโรคริดสีดวงทวาร  อย่างน้อยหนึ่งอาการ ซึ่งรวมถึงอาการปวดคันทวารหนัก เลือดออกและอาจมีติ่งเนื้อ (โรคริดสีดวงทวารที่ยื่นออกมาทางช่องทวารหนัก) แม้ว่าโรคริดสีดวงทวารจะไม่ค่อยเป็นอันตราย แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ซ้ำซากและเจ็บปวด บทความนี้จะแนะนำการปฏิบัติตัว เมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวาร มีหลายสิ่งที่เราสามารถทำได้เกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวาร

อาหารที่คนเป็นริดสีดวง “ควรทาน”

อาหารที่มีกากใยสูงมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราลื่นไหล และไม่ติดขัดจนทำให้เกิดโรค ซึ่งเป็นผลดีต่อคนที่เป็นโรคริดสีดวง รวมถึงคนที่ยังไม่ได้เป็นโรคนี้ด้วย โดยอาหารที่มีกากใยสูง ได้แก่

ธัญพืชชนิดต่าง ๆ ที่ยังไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เล่ย์ โฮลวีท เป็นต้น โดยอาหารชนิดนี้จะอุดมไปด้วยรำข้าว และจมูกข้าวที่มีใยอาหารเป็นส่วนประกอบหลัก โดยเฉพาะในข้าวบาร์เล่ย์จะมีความพิเศษที่ใยอาหารสามารถละลายน้ำได้ด้วย

ถั่วชนิดต่าง ๆ เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ เป็นต้น เป็นอาหารที่มีใยอาหารมากถึง 1 ใน 3 ที่ร่างกายต้องการต่อวัน

ผักตระกูลกะหล่ำ มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหารเพราะมีใยอาหารมาก เช่น กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักกาดขาว เป็นต้น

อาหารที่คนเป็นริดสีดวง “ไม่ควรทาน”

อาหารแปรรูป หรือของหมักของดองทุกชนิด เช่น ชีส เบค่อน ปลาร้า หอยดอง ปลาส้ม เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกระตุ้นริดสีดวงทั้งสิ้น

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะมีผลต่อลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องผูก อุจจาระไม่ออก ก่อให้เกิดริดสีดวงอักเสบ หรือบวมได้

อาหารรสจัด เช่น อาหารรสเผ็ด เพราะมีผลต่อการทำงานของลำไส้ และระบบขับถ่ายโดยตรง

เนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เช่น เนื้อควาย เนื้อวัว เป็นต้น

ผักและผลไม้บางชนิด เช่น ทุเรียน ละมุด สะตอ ชะอม กระถิน เป็นต้น เพราะผักที่มีฤทธิ์ร้อน หรือผลไม้ที่มีรสหวานมากจะส่งผลให้ริดสีดวงอักเสบ

อาหารทะเล ควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลทุกชนิดระหว่างการรักษาริดสีดวง

ของทอด เพราะย่อยยาก และอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำส่งผลให้เกิดความดันในเลือดสูง และมีผลต่อริดสีดวงได้

การปฏิบัติตัว

  • ปฏิบัติตามแพทย์ พยาบาลแนะนำ
  • ใส่ยาทาบริเวณก้น/บริเวณริดสีดวง หรือ เหน็บยาตามแพทย์แนะนำ
  • กินยาต่างๆ รวมทั้งยาแก้ปวดตามแพทย์แนะนำ
  • ไม่ควรนั่ง หรือ ยืนนานๆ รวมทั้งนั่งส้วมนานๆ ไม่นั่งอ่านหนังสือนานๆขณะอุจจาระ
    ลดความอ้วน
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบก่อนนัดเมื่อมีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรือ เมื่ออาการต่างๆเลวลง หรือเมื่อกังวลในอาการ
  • พบแพทย์เป็นการฉุกเฉินเสมอเมื่อ เลือดออกทางก้นไม่หยุด หรือ เมื่อก้อนเนื้อไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารได้ อย่าพยายามออกแรงดันก้อนเนื้อ เพราะจะทำให้ก้อนเนื้อได้รับบาดเจ็บและบวมมากขึ้น
  • เมื่อเลือดออกมาก ใช้ผ้าขนหนูสะอาดกดบริเวณก้นไว้ให้แน่น ถ้าเลือดไม่หยุด ควรพบแพทย์เป็นการฉุกเฉิน

การดูแลเรื่องการขับถ่าย

  • หากมีอาการปวดให้นั่งแช่น้ำอุ่นเสมอ อาจเป็นเพียงน้ำอุ่นธรรมดา หรือ น้ำด่างทับทิมอุ่น ครั้งละ 10-15 นาที่ วันละประมาณ 2-3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด และอาการบวมได้ดี
  • เมื่อมีก้อนเนื้อบวมออกมาบริเวณก้น อาจประคบด้วยน้ำเย็น ซึ่งอาจช่วยลดบวมได้
  • ล้างบริเวณก้นด้วยน้ำอุ่น หรือ น้ำสะอาด รักษาให้สะอาดเสมอ โดยใช้สบู่ เด็กอ่อนเพื่อลดการระคายเคืองต่อกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดที่กำลังบวม หรือมีการอักเสบ
  • เมื่ออุจจาระ/ปัสสาวะ ไม่ควรทำความสะอาดด้วยกระดาษชำระที่แข็ง ควรชุบน้ำ หรือ ใช้กระดาษชำระชนิดเปียก
  • พยายามฝึกไม่เบ่งอุจจาระ
    การป้องกันโรคริดสีดวงทวาร
วิธีป้องกันริดสีดวงทวาร คือ วิธีการเดียวกับในการดูแลตนเอง ที่สำคัญ ได้แก่
  • ป้องกันท้องผูกด้วยวิธีต่างๆดังกล่าวแล้วในหัวข้อการดูแลตนเอง
  • ไม่นั่ง ยืนนานๆ ไม่นั่งอ่านหนังสือนานๆขณะอุจจาระ
  • เคลื่อนไหวร่างกายเสมอ
  • ฝึกเข้าห้องน้ำให้เป็นเวลา ไม่กลั้นอุจจาระ และไม่เบ่งอุจจาระ
  • ลดความอ้วน
    การรักษา Management
  • สิ่งที่สำคัญในการดูแล คือ การแยกโรคออกจากโรคร้ายแรงกว่าอื่น ๆ
  • การให้ความเข้าใจโรค
  • การปรับการกินอาหารโดยเน้นอาหารที่มีใยสูง
  • และการแนะนำเกี่ยวกับสุขลักษณะของการถ่ายอุจจาระที่ดี (หลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระแรงและนาน ๆ)
    ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องการการรักษาเพิ่มเติมใด ๆ การใช้ยาทาเป็นที่นิยมกันมาก แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่ามีประโยชน์ในการรักษาจริง

ผู้ป่วยขั้นที่หนึ่ง และสองที่มีอาการมาก การรักษาที่เหมาะสม คือการทำ sclerotherapy หรือ rubber ligation

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากโรคริดสีดวงทวาร ได้แก่

  • ภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ ทั้งนี้เพราะกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด เหล่านี้ มีหน้าที่ช่วยการปิดตัวของหูรูดปากทวารหนักใน
  • ภาวะไม่อุจจาระ เมื่อเกิดหลอดเลือดโป่งพอง หูรูดปากทวารหนักจึงปิดไม่สนิท จึงเกิดการกลั้นอุจจาระไม่อยู่
  • ภาวะซีด เมื่อมีเลือดออกจากกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดเรื้อรัง หรือบางครั้งเลือด ออกมากและไม่สามารถหยุดเองได้ ต้องรีบพบแพทย์เป็นการฉุกเฉิน
  • การติดเชื้อ อาจเกิดเป็นฝี หรือหนองในบริเวณก้นได้
  • เมื่อกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดปลิ้นออกนอกทวารหนักในระดับ 4 ซึ่งเป็นสาเหตุให้หลอดเลือดขาดเลือด เกิดการเน่าตายของกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บ ปวดอย่างมาก ซึ่งจัดเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องพบแพทย์ เช่นกัน